กระทู้ในฟอรัม

John Paul
21 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
1. พันธุ์ก้านยาว | Kanyao ก้านยาวเป็นพันธุ์ที่มีราคาแพง หากินยาก และมีรสชาติหวานมันกลมกล่อม นิยมปลูกในจังหวัดนนทบุรี ลักษณะเด่นของพันธุ์นี้คือก้านจะยาวกว่าทุเรียนพันธุ์อื่น เปลือกค่อนข้างหนา ผลมีขนาดปานกลาง เนื้อมีลักษณะเนียนละเอียด สีเหลืองปานกลาง เมล็ดค่อนข้างกลมใหญ่ ทุเรียนก้านยาวที่ดีจะต้องมีก้านที่แข็งอวบใหญ่ไม่แตก และมีหนามที่เรียงเป็นระเบียบ 2. พันธุ์หมอนทอง | Mon Thong เป็นสายพันธุ์ที่มีกลิ่นไม่แรงมาก รสชาติอร่อย หวานมันกำลังดี และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระมากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ถ้าหากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ และโรคมะเร็งได้ ทุเรียนหมอนทองที่ดีจะต้องมีผลขนาดใหญ่รูปร่างหนามแหลมตรง น้ำหนักประมาณ 3-4 กิโลกรัม เนื้อละเอียดและแห้ง ไม่แฉะติดมือ มีสีเหลืองอ่อน เมล็ดเล็กและลีบ ที่สำคัญต้องมีรสชาติที่ไม่หวานจนเกินไป 3. พันธุ์ชะนี | Chanee ชะนีเป็นสายพันธุ์ที่คนนิยมนำไปแปรรูปเป็นอาหารหรือขนม เช่น ข้าวเหนียวทุเรียน ไอศกรีมทุเรียน และสมูทตี้ทุเรียน เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่มีกลิ่นแรง และมีรสจัด ลักษณะคือมีผลขนาดปานกลางถึงใหญ่ หนามมีขนาดใหญ่ และสั้น ระยะหนามห่างกัน เนื้อละเอียดสีเหลืองจัด รสชาติหวาน เมล็ดค่อนข้างเล็กและมีจำนวนเมล็ดน้อย 4. พันธุ์กระดุมทอง | Kradum Thong เป็นสายพันธุ์ทุเรียนที่หาซื้อได้ง่ายๆ ตามท้องตลาด และมีราคาถูกกว่าพันธุ์อื่น เพราะเป็นพันธุ์ที่ปลูกง่าย ได้ผลผลิตเร็ว มีลักษณะเป็นผลค่อนข้างเล็ก น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม มีเนื้อละเอียดอ่อนนุ่ม สีเหลืองอ่อน แต่มีเนื้อค่อนข้างบางและมีเมล็ดขนาดใหญ่ มีกลิ่นอ่อน รสชาติหวานแต่ไม่มันเหมือนพันธุ์อื่นๆ 5. พันธุ์หลงลับแล | หลงลับแล หลงลับแลเป็นพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มีการผสมข้ามสายพันธุ์กันไปมาจนได้ทุเรียนพันธุ์ดี มีลักษณะเป็นผลที่มีขนาดเล็ก ทรงกลมรี มีรสชาติที่หวานมัน เนื้อเหนียวละเอียด มีเมล็ดเล็กลีบ และมีกลิ่นที่ไม่แรงมาก จึงทำให้หลงลับแลเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ทุเรียนที่คนนิยมรับประทาน 6. พันธุ์พวงมณี | Phuang Mani เป็นสายพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองของภาคตะวันออก ที่ถึงแม้จะไม่ได้รับความนิยมเท่าทุเรียนสายพันธุ์อื่นๆ แต่ในช่วงหลังๆ ก็เริ่มมีคนสนใจสายพันธุ์พวงมณีกันมากขึ้น เพราะมีรสชาติที่อร่อยไม่แพ้ใคร ลักษณะเด่นของสายพันธุ์นี้คือมีผลที่เล็กกว่าพันธุ์อื่นๆจนเห็นได้ชัด มีรสชาติหวานจัด เนื้อละเอียด สีเหลืองเข้ม แต่ข้อเสียของพวงมณีคือมีเนื้อที่ค่อนข้างน้อย และหาซื้อยากกว่าทุเรียนพันธุ์อื่นๆ 7. พันธุ์กบชายน้ำ | Kop Chainam มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมที่ จ.นนทบุรี ต่อมาได้มีผู้นำเอากิ่งพันธุ์ไปปลูกที่ จ.ปราจีนบุรี อย่างแพร่หลาย มีผลสวย มีพูเต็ม เปลือกผลบาง เมล็ดลีบ เนื้อเยอะ เนื้อแน่นหนาเป็นสีเหลืองเข้ม รสชาติหวานมันหอมนุ่มละเอียด มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์น้ำหนักผลประมาณ 2-4 กิโลกรัมต่อผล เป็นทุเรียนสายพันธุ์เบา มีดอกและติดผลง่าย ติดผลดกเป็นธรรมชาติ มีดอกและติดผลตามฤดูกาลปีละครั้ง 8. พันธุ์นกหยิบ | Nok Yip ทุเรียนชนิดนี้ เป็นสายพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมของ จ.นนทบุรี ต่อมามีผู้นำเอาพันธุ์ไปปลูกเพื่อเก็บผลขายในพื้นที่ จ.ตราด จ.ระยอง และ จ.จันทบุรี ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อไปรับประทานอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีรสชาติความอร่อย ใกล้เคียงกับทุเรียนหมอนทองมาก แต่จะมีความหวานมันจัดกว่า เนื้อค่อนข้างละเอียด เป็นสีเหลืองเข้ม เมล็ดลีบ ทรงผลเหมือนกับผลของทุเรียนหมอนทอง แต่หนามจะละเอียดและถี่คล้ายผลทุเรียนพันธุ์พวงมณี จนทำให้พูดกันว่า “ทุเรียนนกหยิบ” เป็นลูกผสมระหว่างทุเรียนหมอนทองกับทุเรียนพวงมณี 9. พันธุ์ทองย้อยฉัตร | Thong Yoi Chat ทุเรียนชนิดนี้ เป็นพันธุ์โบราณ นิยมปลูกมาช้านานในแถบ ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี มีน้ำหนัก ประมาณ 2 กิโลกรัมต่อผล เมล็ดเล็กให้เนื้อเยอะ เนื้อสุกสีเหลืองนวล มีกลิ่นไม่ฉุนนัก รสชาติหวานปนมันไม่หวานจัด เนื้อละเอียดรับประทานอร่อยมาก ขอบคุณข้อมูลและภาพจากFacebook.i'm Durian
มารู้จักทุเรียนกันค่ะ content media
0
0
1
John Paul
20 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
พญากาหลง ไม้ต้นนี้ จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับต้น ชงโคดอกเหลือง หรือ โยทะกา และ เสี้ยวดอกเหลือง เพียงแต่ “พญากาหลง” จะมีความแตกต่างคือ เวลามีดอกครั้งแรกสีของดอกจะเป็นสีเหลืองเหมือนกัน จากนั้น 3-5 วัน สีเหลืองของดอกจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มมองเห็นชัดเจน ทำให้ “พญากาหลง” ต้นเดียวมีดอก 2 สี ดูสวยงามมาก ซึ่งต้น “พญากาหลง” นิยมปลูกในบริเวณบ้านร้านค้าทั่วไป เนื่องจากมีความเชื่อว่า ปลูก “พญากาหลง” แล้วจะช่วยให้อยู่ดีมีสุขและค้าขายคล่องขึ้น นั่นเป็นความเชื่อมาแต่โบราณ ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ พญากาหลง หรือ BAUHINIA TOMEN TOSA LINN. ชื่อสามัญ ST.THOMAS TREE, YELLOW ORCHID TREE อยู่ในวงศ์ LEQUMINOSAE เป็นไม้พุ่มสูง 1.5-3 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปค่อนข้างกลม ปลายเว้าลึกดูคล้ายใบชงโคหรือใบส้มเสี้ยว ด้านหลังมีขนเล็กน้อย ใบเมื่อขยี้จะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว สีเขียวสด ใบดกน่าชมยิ่งนัก ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อย 2-3 ดอก ห้อยลง มีกลีบดอก 5 กลีบ เมื่อแรกมีดอกสีของดอกจะเป็นสีเหลือง จากนั้นสีของดอกจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มดูสวยงามตามที่กล่าวข้างต้น ดอกเมื่อบานเต็มที่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4-4.5 ซม. มีเกสรตัวผู้ 10 อัน เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้นจะมีดอกเป็น 2 สี แปลกตาน่าชมยิ่งนัก “ผล” เป็นฝักแบน มีหลายเมล็ด ดอกออกทั้งปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และตอนกิ่ง
พญากาหลง  ต้นเดียวมีดอก 2 สี ดูสวยงามมาก content media
0
0
1
John Paul
20 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
คอร์เดีย ชื่อวิทยาศาสตร์: Cordia sebestena L. ชื่อสามัญ: Geiger tree, Geranium tree วงศ์: BORAGINACEAE ต้น ไม้ต้นสูง 3-10 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อน ใบ ใบเดี่ยว รูปไข่ ยาว 15-20 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนมน ขอบเรียบ แผ่นใบมีขนสาก ดอก ช่อดอกแบบช่อกระจุกสั้น ออกตามปลายกิ่ง ดอกสีแสดถึงสีส้ม กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกัน รูปทรงกระบอกแคบ กลีบดอกโคนเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย ปลายแยก 6 แฉก ผล ผลรูปไข่ ผลสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีขาว เป็นพรรณไม้ต่างประเทศ มีถิ่นกำเนิดในแถบหมู่เกาะเวสต์อินดีสตะวันตกถึงเวเนซุเอลา
คอร์เดีย content media
0
0
1
John Paul
18 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
กระดิ่งนางฟ้า หรือ ไคร้ย้อย เป็นพันธุ์ไม้หอมยืนต้นมีดอกสวยสีชาวอมชมพูน่ามองที่คนในปัจุบันเริ่มกลับมานิยมซื้อไปปลูกในบ้านและสวนหย่อม ตั้งแต่ปีก่อน จนถึงปัจจุบันกระแสความนิยมต้นไม้มงคลมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นและต้นกระดิ่งนางฟ้าก็เป็นหนึ่งในพันธุ์ไม้ที่มีความต้องการ ข้อมูลทั่วไปของต้นกระดิ่งนางฟ้า ชื่อภาษาไทย : กระดิ่งนางฟ้า, ไคร้ย้อย, ดอกโชค, สารภีน้ำ ชื่อภาษาอังกฤษ : Khrai yoi ชื่อวิทยาศาสตร์ : Elaeocarpus grandiflorus J. E. Sm. ชื่อวงศ์ : ELAEOCARPACEAE ชื่ออื่นๆ : สารภีน้ำ จิก ดอกปีใหม่ ดอกดโชค แต้วน้ำ ปูมปา คล้ายสองหู มุ่นน้ำ ลักษณะทั่วไปของต้นกระดิ่งนางฟ้า ลำต้น ต้นกระดิ่งนางฟ้าเป็นไม้ไม่ผลัดใบ มีความสูง 5-30 เมตร เรือนยอดแตกกิ่งแผ่กว้างเป็นพุ้มใบทึบ กิ่งอ่อนมีสีเขียวผิวเรียบ เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลอบเทา มีผิวเรียบหรือหยาบเล็กน้อย มีโครงสร้างกิ่งยาวเน้นยืดให้สูง ในต้นที่ใหญ่มากๆ จะเป็นเหมือน หลายๆต้นมาอยู่ด้วยกันจนมีขนาดใหญ่นั้นเกิดจากลำต้นที่แตกออกมาจากรากที่โผล่พ้นขึ้นมาจากหน้าดิน แต่ถ้าไปเจอแถวน้ำตกก็จะมีขนาดที่ใหญ่จนถึงใหญ่มาก มีระบบรากที่แข็งแรง ยึดเกาะหน้าดินดี ดอก ดอกกระดิ่งนางฟ้ามีสีขาวอบชมพู มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อแบบช่อกระจะ ห้อยลง ออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ยาว 6-10 ซม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปใบหอกสีขาวอมเหลือง หรือบางต้นอาจเป็นสีชมพูเข้มจนถึงสีแดง กลีบดอก 5 กลีบ รูปไข่กลับมีขนประปรายทั้งสองด้าน โคนกลีบดอกด้านมีกลุ่มขนเรียงตัวเป็นสองแถว ปลายกลีบเป็นริ้วละเอียด รังไข่ป้อมมีขนสั้นคลุมแน่น ดอกบานเต็มที่กว้าง 2-2.5 ซม. ส่งกลิ่นหอมเย็นๆ ความเชื่อ ในตอนนี้หากมีใครสักคนที่กำลังมองหาต้นไม้ดีๆสักต้นเพื่อเอาไปปลูกในบ้านนั้น หังข้อแรกที่จะต้องรู้ก่อนคือ ความเป็นมงคล โดยความเชื่อนี้มีมาอย่างยาวนาน คนเฒ่าคนแก่เล่าว่าต้นกระดิ่งนางฟ้านั้นเดิมทีชื่อว่า “ดอกโชคหรือไคร้ย้อย” แต่ในปัจจุบันคนมักรู้จักกันในชื่อ “กระดิ่งนางฟ้า” เชื่อว่าถ้าปลูกแล้วแล้วมีดอกออกเมื่อมีลมพัดมาดอกจะสั่นไหวไปมาเหมือนกระดิ่ง ช่วยเรียกโชค เรียกทรัพย์เข้ามาหาคนในบ้านหรือผู้ที่ปลูก ลักษณะทั่วไปของต้นกระดิ่งนางฟ้า การบำรุงดูแลต้นกระดิ่งนางฟ้า เราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าธรรมชาติของต้นกระดิ่งนางฟ้าในธรรมชาติ จะอยู่ในป่าที่มีความชื้น สามารถอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำโดยที่รากอยู่ในน้ำก็ได้ งั้นเรามาดูปัจจัยสำคัญในการดูแลต้นกระดิ่งนางฟ้ากันดีกว่า ดิน : ดินร่วนชุ่มชื้น อินทรียวัตถุสูง แสงแดด : ตลอดวัน น้ำ : ปานกลาง-มาก ปุ๋ย : อาจจะใช้เป็นปุ๋ยหมักมูลขี้วัวขี้ไก่ขี้ไส้เดือน หรือระยะแรกใช้เป็นปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ เช่นสูตร 15-15-15, 20-20-20 เป็นต้น แล้วเมื่อต้นโตได้สักระยะก็เปลี่ยนมาเป็นสูตรกลางสูง เช่นสูตร 15-30-15, 12-24-12 เป็นสูตรปุ๋ยเร่งดอก โรคและแมลงศัตรูพืช : ไม่ค่อยเป็นโรค แต่จะมีหนอนบ้าง แนะนำให้ใช้น้ำควันส้ม หรือน้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง ปลูกบริเวณไหนของบ้านดี ขึ้นชื่อว่าเป็นต้นไม้มงคล ทุกคนคงอยากจะรู้กันว่าการจะเอาต้นกระดิ่งนางฟ้าไปปลูกบริเวณไหนของบ้านจะดี จะเสริมความสิริมงคลให้กับตัวเองได้มากที่สุด แต่เราจะแบ่งเป็น 2 ปัจจัยคือ ปลูกเอาความมงคล : เราแนะนำให้คุณปลูกบริเวณหน้าบ้าน หรือหากบ้านของคุณมีบ่อน้ำก็สามารถเอาต้นกระดิ่งนางฟ้าไปปลูกใกล้ๆได้ เพราะการเอาไว้หน้าบ้านเป็นการเรียกโชค เรียกทรัพย์ให้เข้าบ้าน แต่แนะนำอย่าปลูกใกล้ตัวบ้านมากนัก เพราะรากของต้นกระดิ่งนางฟ้าค่อนข้างแร็งแรง ชอนไชไปรอบๆเพื่อหาน้ำ ดังนั้นรากอาจจะสร้างความเสียหาได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความใหญ่ของต้นไม้ด้วย หากเป็นต้นเล็กก็ไม่มีปัญหาอะไร หรืออาจจะปลูกในกระถางก็ได้ เช่นกระถางดินเผา และ Air pot ก็จะดี เพราะเป็นกระถางที่ระบายอากาศได้ดีทำให้ต้นไม้โตไว ปลูกตามสภาพแวดล้อม : ถ้าสภาพแวดล้อมบ้านติดกับแม่น้ำ หรือเป็นบ้านสวนซึ่งมีพื้นที่เยอะ คุณอาจปลูกไกลจากตัวบ้านสัก 4-5 เมตร ปลูกแบบลงดิน ให้เป็นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา หรือปลูกไว้ริมตลิ่งน้ำก็ดีเพราะต้นกระดิ่งนางฟ้าสามารถอยู่กับน้ำได้ และยังสามารถช่วยลดปัญหาการพังทะลายของหน้าดินอีกด้วย
กระดิ่งนางฟ้า หรือ ไคร้ย้อย เป็นพันธุ์ไม้หอมยืนต้นมีดอกสวยสีชาวอมชมพูน่ามองที่คนในปัจุบันเริ่มกลับมานิยมซื้อไปปลูกในบ้านและสวนหย่อม content media
0
0
1
John Paul
18 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
พวงแก้วมณี หรือ พวงวิวาห์ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clematis terniflora DC. ชื่อสามัญ : Sweet Autumn Clematis ชื่ออื่น ๆ : พวงแก้วมณี พวงกุดั่น พวงมณี หรือ มณีน้อย วงศ์ : RANUNCULACEAE ถิ่นกำเนิด : นิวซีแลนด์ เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง เลื้อยได้ไกล 8-9 เมตร ชอบเลื้อยพันไม้อื่น เปลือกหนาเขียว ก้านใบสั้น ออกตรงกันข้าม ทรงรี สีเขียว โคนใบมน ปลายแหลม แต่ละข้างมีใบย่อย 3-5 ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวแต่รวมกันเป็นช่อตามซอกใบ สีขาว มีดอกย่อย 4-8 ดอก กว้าง 0.5 ซม. ยาว 1.5-2 ซม. แต่ละดอกมี 4 กลีบ ชั้นเดียว ลักษณะกลีบยาวรี ปลายมนกลม ตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู้สีขาวจำนวนมาก ดอกบานไม่พร้อมกัน ในยามเช้าจะส่งกลิ่นหอมเย็น แต่เมื่อแดดออกกลิ่นจะจางลงเรื่อย ๆ กลิ่นหอมนาน ออกดอกดกตลอดปี ใบ เป็นใบประกอบ ก้านใบยาว มีใบย่อย 3-5 ใบ ขนาดเล็ก รูปไข่ ปลายแหลม ขอบใบกระดกขึ้น พื้นใบหนา ผล ทรงกลมรี ออกเป็นกลุ่ม ตามผลมีขนยาวฟูและเป็นพู่ที่ปลาย เมื่อแก่จะแห้งแตก ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง ชอบดินร่วนระบายน้ำได้ดี ความชื้นสูง แสงแดดจัดส่องเต็มวัน
พวงแก้วมณี หรือ  พวงวิวาห์ 1ในราชินีไม้เลื้อยดอกหอมที่เลื้อยไม่รก ไม่นุงนัง หายากน่าปลูกและน่าสะสมมากที่สุด ย้ำเลยว่าที่สุด ปลูกไว้ไม่ผิดหวั content media
0
0
2
John Paul
18 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
หมักม่อ ชื่ออื่นๆ ต้นขี้หมู(บุรีรัมย์) หม่อ หม้อ ชื่อวิทยาศาสตร์ Rothmannia wittii (Craib.) Bremek. ชื่อพ้อง Randia wittii ชื่อวงศ์ Rubiaceae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ยืนต้น ขนาดเล็ก สูง 4-6 เมตร เปลือกสีน้ำตาลอมดำ กิ่งอ่อนมีขนอ่อนสีน้ำตาลแดงปกคลุมหนาแน่น แตกกิ่งเป็นชั้น คล้ายกับฉัตร มีทรงพุ่มกลม โปร่ง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม เป็นคู่ ใบรูปขอบขนาน หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-6 เซนติเมตร ยาว 12-16 เซนติเมตร ใบอ่อนมีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ใบค่อนข้างนิ่ม มีขนาดใหญ่ และเห็นเส้นแขนงใบชัดเจน หูใบอยู่ระหว่างก้านใบ ปลายใบ และโคนใบแหลม ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด สีขาวนวล กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง มีดอกย่อย 5-12 ดอก ดอกย่อยรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 กลีบ และบานโค้งงอกลับ โคนกลีบด้านในมีแต้มสีเขียวและแถบประสีม่วงเข้ม ดอกบานคว่ำลง เมื่อบานมีเส้นผ่าศูนย์กลางของดอก 3-5 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผลสด รูปทรงกลม ขนาด 3-4 เซนติเมตร เปลือกผลเรียบ แข็ง มีรอยตะเข็บสีน้ำตาลเป็นสันเล็กน้อย แบ่งครึ่งลูก เนื้อผลมีรสหวานเล็กน้อย มีสีเขียวเข้ม เมื่อแก่สีดำ มีเมล็ดจำนวนมาก ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด พบขึ้นตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าโปร่ง และป่าละเมาะ ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม ถึงกุมภาพันธ์ สรรพคุณ ยาพื้นบ้าน ใช้ แก่นหรือราก ต้มน้ำดื่มแก้ไข้ ลำต้น ผสมกับสมุนไพรอื่น ต้มน้ำดื่มรักษากามโรค เนื้อในผล มีสีดำแฉะเล็กน้อย เป็นลอนคล้ายขี้หมู รับประทานได้ มีรสหวาน เป็นยาแก้เจ็บคอ ตำรายาพื้นบ้านอำนาจเจริญ ใช้ ผล ดองเหล้าเป็นยาบำรุงกำลัง แก่น นำมาต้มแก้ท้องผูก แก่น ต้มดื่มตอนที่อยู่ไฟ เป็นสมุนไพรแก้เส้นเอ็น ตำรายาไทย ใช้ แก่น รสสุขุม (จืดมันฝาดหวานร้อน) ปรุงยาต้มดื่มแก้ไข้ ถ่ายเส้นเอ็น แก้อัมพฤกษ์อัมพาต เหน็บชา ถ่ายพิษในตับ ขับปัสสาวะ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ
หมักม่อ ไม้ไทยโบราณผลรับประทานได้ content media
0
0
1
John Paul
17 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
พอพูดถึงกระดังงา หลายต่อหลายคนต่างคิดว่า โอ้ย ไม้เลื้อย ไม่ที่ให้เลื้อยหรอก ต่อจากนี้ไปเราต้องทำความเข้าใจเสียใหม่น่ะครับ กระดังงา เป็นไม้ยืนต้น ซึ่งปัจจุบัน มีสายพันธุ์ที่เป็นเป็นที่รู้จักกันทั่วไปเช่น -กระดังงาไทย : สูงได้ 8-15 เมตร ดอกมีกลิ่นหอม ช่วงตอนเช้าและตอนเย็น เป็นพันธุ์ที่นิยมนำดอกมาลนไฟใช้อบขนมให้มีกลิ่นหอม -กระดังงาสงขลา : เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูงเต็มที่ไม่เกิน 3 เมตร และไม่กินพ้นที่ ออกดอกง่ายสามารถให้ดอกได้ตั้งแต่ต้นขนาดเล็ก ดอกมีกลิ่นหอม ช่วงตอนเช้าและตอนเย็น นิยมนำดอกมาทำน้ำอบ น้ำหอม -กระดังงาโนรี : เป็นสายพันธุ์ที่เกิดจากการผสมพันธุ์ ของกระดังงาไทย และ กระดังงาสงขลา ทำให้ได้สัดส่วนที่ลงตัวมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะเรื่องของกลิ่น จะหอมแรง ส่งกลิ่นหอมได้ไกล จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงไม่เกิน 3 เมตร ส่วนที่ดอกคล้ายกระดังงาจนทำให้ผู้คนสับสนว่ากระดังงาเป็นไม้เลื้อยนั้น มีชื่อว่า การะเวก หรือบางท้องที่เรียก กระดังงาเลื้อย นั่นเอง สรุป กระดังงายืนต้น ที่เลื้อยๆนั่นเรียก การะเวกน่ะจ้ะ ทำความเข้าใจกันใหม่น๊า มีลูกค้าถามถึงกระดังงาไทย ซึ่งปัจจุบันเริ่มหายากแล้วเพราะ มีพันธุ์ใหม่ออกมาแทนที่เยอะ แต่ก็มีบางอย่างที่ต้องใช้กระดังงาไทยถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ออกมาดีที่สุด อย่างเช่น ขนมไทย ก็นิยมใช้กลิ่นหอมของกระดังงา มาปรุงแต่งให้มีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น โดยการเด็ดกลีบดอกดอกกระดังงา นำมาลนเทียนอบให้หอม ใส่ขวดโหลปิดฝาให้สนิท นอกจากนี้ คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นกระดังงาไว้ประจำบ้านจะช่วยทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง เนื่องจาก "กระดัง" คือการทำให้เกิดเสียงดังไปไกล นอกจากนี้ยังเชื่อด้วยว่า เสียงดังเหมือนกับนกการเวกในสมัยพุทธกาลที่มีเสียงดังไพเราะและก้องไกลทั่วสวรรค์ ดังนั้นบางคนจึงเรียกกระดังงาว่า การเวก คนไทยโบราณจะใช้ดอกกระดังงานำมาทอดกับน้ำมันมะพร้าวทำเป็นน้ำมันใส่ผม ดอกแก่จัดสด ๆ สามารถนำมารมควันเทียนหรือเปลวไฟจากเทียน เพื่อให้ต่อมน้ำหอมในกลีบดอกแตกออกและส่งกลิ่นหอมออกมา แล้วนำไปเสียบไม้ลอยน้ำในภาชนะปิดสนิท 1 คืน เก็บดอกทิ้งในตอนเช้า แล้วนำน้ำไปเป็นน้ำกระสายยา หรือนำไปคั้นกะทิ หรือทำเป็นน้ำเชื่อมปรุงขนมต่าง ๆ ดอกแห้งใช้ผสมกับดอกไม้หอมอื่น ๆ สำหรับทำบุหงา น้ำมันหอมใช้ปรุงเป็นน้ำหอมชั้นสูงที่มีราคาแพง ใช้ปรุงขนม น้ำอบ และอาหาร น้ำมันหอมระเหยที่สกัดมาจากดอก (Cananga oil หรือ Ylang-ylang oil) ถูกนำมาใช้ในทางสุคนธบำบัด (Aromatherapy) ใช้ผลิตเป็นเครื่องสำอาง หรือทำเป็นเครื่องหอมต่าง ๆ เปลือกสามารถนำมาทำเป็นเชือกได้ สรรพคุณของกระดังงา เปลือกต้นกระดังงา มีรสฝาดเฝื่อน มีสรรพคุณเป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้อาการท้องเสีย ใช้เป็นยารักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน เนื้อไม้กระดังงา มีรสขมเฝื่อน มีสรรพคุณเป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ รากกระดังงา มีสรรพคุณเป็นยาคุมกำเนิด ใบกระดังงา ใช้เป็นยารักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน แก้อาการคัน และใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ดอกกระดังงา มีรสหอมสุขุม มีสรรพคุณแก้ลมวิงเวียน ใช้ปรุงเป็นยาหอม ใช้เป็นยาชูกำลัง ทำให้หัวใจชุ่มชื่น บำรุงธาตุ บำรุงโลหิต บำรุงหัวใจ แก้ไข้ แก้อาการอ่อนเพลีย กระหายน้ำ จัดอยู่ในเครื่องยาไทยที่เรียกว่า “พิกัดเกสรทั้ง 7” (สัตตะเกสร) และ “พิกัดเกสรทั้ง 9” (เนาวเกสร) ช่วยแก้อาการไข้เนื่องจากโลหิตเป็นพิษ และมีปรากฏในตำรายาแผนโบราณชื่อคัมภีร์มหาโชติรัตน์ ยาชื่อมาลาสันนิบาต ซึ่งมีสรรพคุณเป็นยาแก้ลมจุกคอ แก้อาการแน่นหน้าอก แก้จุกเสียดและแก้สะอึก เกสรกระดังงา มีสรรพคุณเป็นยาแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ช่วยเจริญอาหาร และใช้แก้โรคตา น้ำมันหอมระเหย มีสรรพคุณเป็นยาขับลม ฆ่าเชื้อโรค ช่วยบำรุงประสาท สงบประสาท แก้อาการซึมเศร้า กระวนกระวายใจ แก้หอบหืด ช่วยลดความดันโลหิต ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของกระดังงา กระดังงาไทยมีฤทธิ์ลดความดันโลหิต ฆ่าเซลล์มะเร็ง ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ยีสต์ ไล่แมลง เป็นเครื่องหอม แก้อาการหัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบ ความดันโลหิตสูง มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร ใช้สงบประสาท ลดไข้
กระดังงาไทย  คนไทยโบราณจะใช้ดอกกระดังงานำมาทอดกับน้ำมันมะพร้าวทำเป็นน้ำมันใส่ผม content media
0
0
11
John Paul
17 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
เป็นมะนาวเปลือกบาง สีเขียว ผลเหมือนมะนาวแป้น ผลดกมาก มีลูกทั้งปี ปลูกได้ทุกพื้นที่ในประเทศไทย เลี้ยงง่าย เมื่อแก่จัดผิวจะเป็นสีเหลืองอ่อน และ แดงขึ้นตามลำดับ เนื้อข้างในสีออกชมพู รสชาติเปรี้ยวจี๊ด น้ำเยอะเหมือนมะนาวแป้น มีกลิ่นหอมมาก สูง 2-4 เมตร มะนาวเนื้อชมพู มีชื่อวิทยาศาสตร์และมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับมะนาวทั่วไปทุกอย่างคือ อยู่ในวงศ์ RUTACEAE เป็นไม้พุ่มสูง 2-4 เมตร ต้นและใบจะคล้ายส้มเขียวหวานมากกว่ามะนาว กิ่งก้านมีหนามแหลม ดอก เป็นกระจุก 3-5 ดอกตามซอกใบและปลายยอด กลีบดอกเป็นสีขาว ดอกมีกลิ่นหอม “ผล” รูปกลมแป้นหรือกลมรี ผลโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ยระหว่าง 15–20 ผลต่อ 1 กิโลกรัม ผลอ่อนเปลือกผลเป็นสีเขียวอมเหลือง เมื่อผลแก่จัดเปลือกผลจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมชมพูหรืออมแดง ทำให้ดูคล้ายผลส้มเขียวหวานมากกว่าผลมะนาวงดงามน่าชมยิ่ง เปลือกผลบาง เนื้อในเป็นสีชมพู มีเมล็ดน้อย 4-6 เมล็ดเท่านั้น ผ่าบีบคั้นน้ำให้น้ำเยอะ รสชาติน้ำเปรี้ยวจัดและมีกลิ่นหอมเหมือนกับน้ำมะนาวแป้นทั่วไปทุกอย่าง มีดอกและติดผลดกเกือบทั้งปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง เสียบยอด และติดตา
มะนาวชมพู content media
0
0
1
John Paul
17 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
เสน่ห์อีกอย่างของพรรณไม้ไม่เพียงแต่ให้สีสันและรูปทรงงดงามเท่านั้น แต่ยังมีกลิ่นหอมชวนหลงใหล โดย ไม้ดอกหอม แต่ละชนิดจะมีช่วงเวลาแบ่งบานและส่งกลิ่นหอมแตกต่างกัน #หอม7ชั้น=ไม้พุ่ม สูง 3 – 5 เมตร ออกดอกเป็นช่อใหญ่ท่ีปลายกิ่ง มีดอกย่อย จํานวนมากคล้ายดอกเข็ม โคนกลีบเช่ือม ติดกันเป็นหลอด ส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน ออกดอกเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ไม้พุ่ม สูง 3 – 5 เมตร ออกดอกเป็นช่อใหญ่ท่ีปลายกิ่ง มีดอกย่อย จํานวนมากคล้ายดอกเข็ม โคนกลีบเช่ือม ติดกันเป็นหลอด ส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน ออกดอกเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ #จันทน์กะพ้อ (Resak หรือ Broken Heart Flower) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Vatica diospyroides Symington. พบมากทางภาคใต้ ลักษณะเป็นต้นไม้ใหญ่ สูงประมาณ 6-15 เมตร ทรงพุ่มโปร่ง ใบน้อย ไม่ผลัดใบ มียางในลำต้น ใบเป็นใบเดี่ยว ทรงรี โคนเบี้ยว ขอบขนาน เมื่ออ่อนเป็นสีน้ำตาลแดง เมื่อแก่เป็นสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนดอกมีขนาดเล็ก สีขาวหรือเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อสั้นตามซอกใบและปลายกิ่งในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม ส่งกลิ่นหอมคล้ายน้ำมันจันทน์ และจะส่งกลิ่นแรงขึ้นในตอนกลางคืน สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ แต่จะนิยมเพาะเมล็ดมากที่สุด โตค่อนข้างช้า ต้องการความชื้นสูง ชอบลมไม่แรง แสงแดดไม่จัด เลี่ยงปลูกใกล้แหล่งน้ำ #ชมนาด หรือ ชำมะนาด (Bread Flower) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Vallaris glabra (L.) Kuntze. เป็นต้นไม้ให้ความสวยงามและร่มรื่น นิยมปลูกประดับบ้านและประดับซุ้มประตู ลักษณะเป็นไม้ยืนต้นเถาเลื้อย เลื้อยได้ไกลกว่า 8 เมตร เนื้อไม้แข็ง มียางสีขาวทั่วลำต้น ตัวยางเป็นยาสมุนไพร ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้าม ทรงไข่ สีเขียวสด ผิวเรียบเป็นมัน ส่วนดอกเป็นสีขาว ออกตามซอกใบหรือปลายยอดในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม มีกลิ่นหอมคล้ายข้าวสุกหรือใบเตยหอมตลอดทั้งวัน แต่จะหอมมากเป็นพิเศษในช่วงกลางคืน ผลเป็นเนื้อนิ่ม ๆ และมีเมล็ดเล็ก ๆ ข้างใน ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ ตอนกิ่ง และโน้มกิ่ง โตได้ดีในดินแทบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์และระบายน้ำดีเป็นพิเศษ ไม่ชอบน้ำท่วมขัง ชอบแสงแดดจัดเต็มวัน แข็งแรง ทนทาน ดูแลง่าย เพียงแค่ทำซุ้มให้เลื้อย รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย และตัดแต่งทรงให้สวยงาม #นมแมว (Nom-Maew) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rauwenhoffia siamensis. เป็นต้นไม้ไทยโบราณ พบบ่อยตามป่าชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าละเมาะแถวภาคใต้และภาคกลาง มีลักษณะเป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อยขนาดเล็ก สูงประมาณ 1-2 เมตร เลื้อยได้ไกล 2-5 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ ทรงหอก โคนใบมน ปลายใบแหลม ส่วนดอกมีขนาดเล็ก สีเหลือง กลีบแข็งและสั้น กลิ่นหอมแรงช่วงเย็นถึงค่ำ ออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด จะดกสวยงามในช่วงหน้าฝน นิยมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง โตได้ดีในดินทุกชนิด ต้องการแสงแดดจัด และต้องการความชื้นสูง #เล็บมือนาง (Rangoon Creeper) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Quisqualis indica Linn. เป็นต้นไม้ที่นิยมปลูกริมรั้วหรือปลูกทำซุ้มประตู ลักษณะเป็นไม้เถาเนื้อแข็งขนาดกลาง สูงประมาณ 5 เมตร กิ่งก้านหนาทึบ มีขนอ่อนหรือหนามปกคลุมทั่วลำต้น ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้าม ทรงมน เนื้อบาง โคนเว้า ปลายแหลม ขอบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ส่วนดอกเป็นหลอดยาว ขอบโค้งเล็กน้อย สีชมพูหรือสีแดงอมขาว ออกเป็นช่อกลางยอดตลอดทั้งปี ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ โตง่าย ชอบดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดี ต้องการแสงแดดจัดเต็มวัน ต้องการน้ำปานกลาง (ระยะแรกควรรดทุกวัน วันละ 2 ครั้ง) และต้องการหลักยึดเกาะ สามารถบำรุงดอกด้วยการใส่ปุ๋ยได้ ไม่ค่อยมีโรคหรือแมลงรบกวน แต่ต้องหมั่นกำจัด #สายหยุด ไม้พุ่มรอเลื้อย มีดอกเดี่ยวสีเหลือง ออกตามซอกใบ โดยดอกจะบานและส่งกลิ่นหอมมาก ๆ ในตอนเช้า แต่พอตกสายหรือเมื่อเจออากาศร้อน กลิ่นก็จะค่อย ๆ หายไป โดยคนส่วนมากนิยมนำดอกสายหยุดมาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับเพิ่มความสวยงามแก่บ้าน สร้างร่มเงาบังแดด บังฝน และนำไปทำน้ำมันหอมระเหย รวมถึงดอกสายหยุดยังมีฤทธิ์บำรุงหัวใจ แก้ไขหวัด ท้องอืด และอาการเวียนหัวด้วย โดยวิธีการปลูกสายหยุดก็ทำได้ง่าย ๆ ทั่วไป ด้วยการเพาะเมล็ด เนื่องจากการปลูกด้วยวิธีนี้ให้ต้นใหญ่ กิ่งเยอะ อายุยืน ต่างจากวิธีอื่น ๆ ที่เสี่ยงทำให้ต้นตายง่าย ทว่าปลูกแล้วไม่ใช่ว่าสายหยุดจะออกดอกเลย ต้องใช้เวลารอสักหน่อย ประมาณ 3-4 ปีค่ะ #มะลิ มาถึงดอกไม้ยอดนิยมของบ้านเรากันแล้วครับกับดอกมะลิ ซึ่งก็ต้องบอกว่ามะลิเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมแบบนุ่มนวลและอบอุ่นมากๆ โดยมะลิเป็นพืชที่มีหลายสายพันธุ์ครับและจะมีกลิ่นที่แตกต่างกันออกไป โดยต้นมะลินั้นจะเป็นพุ่มเตี้ยๆ ชอบน้ำและแดด ออกดอกตลอดปีแต่จะมากช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน โดยกลิ่นของดอกมะลิจะหอมในตอนกลางคืนและจะหมดหอมตอนกลางวัน #สเลเตหรือต้นมหาหงส์ เป็นไม้หัวล้มลุก มีเหง้าคล้ายขิง มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ส่วนก้านใบโผล่ขึ้นมาเหนือดิน ดอกมีลักษณะเป็นช่ออยู่บริเวณปลายยอด ช่อละ 3-6 ดอก มีสีขาวนวลบริสุทธิ์หรือสีเหลืองแซม ออกเป็นช่อตลอดปี แต่เวลาบานไม่บานทั้งช่อ ค่อย ๆ ทยอยกันบาน เป็นดอกไม้ที่จะเริ่มส่งกลิ่นหอมในเวลาเย็น ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่นิยมปลูกต้นสเลเตกันมาก ซึ่งวิธีการปลูกที่นิยมที่สุด คือ การแยกหน่อ โดยสเลเตเป็นพืชที่ชอบพื้นดินชื้นแฉะหรือน้ำขัง แต่ก็สามารถปลูกในที่แห้งหรือในกระถางได้เหมือนกัน โดยต้องให้น้ำมากเป็นพิเศษ จึงจะออกดอกได้ดี #ประยงค์ ไม้ดอกไม้ประดับที่มีแหล่งกำเนิดอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีลำต้นเตี้ย กิ่งดก ใบดก เป็นพุ่มหนา มีดอกสีเหลืองสวย เป็นช่อสั้น ๆ ออกตามซอกใบ รูปร่างกลมเล็ก ไม่บาน ลักษณะคล้ายไข่ปลา มีกลิ่นหอมแรง หอมไกล โดยส่วนมากนิยมนำมาชงเป็นชาดื่มหรือใช้อบผ้าเพิ่มความหอม และนอกจากจะมีกลิ่นที่หอมแล้ว ต้นประยงค์ยังเป็นพุ่มสวย ทนทาน ปลูกง่าย อายุยืน ทำให้คนไทยนิยมปลูกต้นไม้ชนิดนี้กันมาก โดยเราสามารถปลูกต้นประยงค์ได้ทั้งการตอน การปักชำ และการเพาะเมล็ด แต่หากอยากให้ต้นไม่สูงใหญ่จนเกินไป รวมถึงออกดอกได้ดีตลอดทั้งปี แนะนำให้ขยายพันธุ์ด้วยการตอนและปักชำ อีกทั้งยังเหมาะจะทำในฤดูฝน เพราะอากาศไม่ร้อน และต้นไม้จะได้รับน้ำอย่างเต็มที่ด้วย #ต้นพุดนำ้บุษย์ เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 2 - 3 เมตร เป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกกันค่อนข้างมาก ออกดอกตลอดปี มีกลิ่นหอมแรงและไกล 2-3 เมตร จะหอมมากยิ่งขึ้นในช่วงพลบค่ำ ช่วงแรกที่ดอกเริ่มบานจะมีสีขาวนวล และค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองสดใส และเมื่อดอกใกล้โรยจะมีสีเหลืองทองค่ะ #จำปี จำปีเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางมีดอกสีเหลืองครีม เป็นดอกไม้อันดับต้น ๆ ที่คนมักจะนึกถึงดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมค่ะ เมื่อใดก็ตามที่ลมพัดผ่านต้นไม้ชนิดนี้แล้ว ก็จะมีกลิ่นหอมฟุ้งกระจายตัวออกมาตามทิศทางลม พร้อมกับมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ #ต้นพิกุล ต้นพิกุลเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 10 - 15 เมตร ดอกพิกุลมีขนาดเล็กสีขาวนวล มีกลิ่นหอม (กลิ่นยังคงอยู่แม้ตากแห้งแล้ว) และหลุดร่วงได้ง่าย แต่ก็ออกดอกตลอดทั้งปี พิกุลมีสรรพคุณและประโยชน์นานาชนิด อาทิ เป็นยาบำรุงรักษาโรค แก้อาการปวดเมื่อย หรือแม้แต่รักษาอาการท้องเสีย โดยสามารถนำมาใช้ได้ทั้งต้น ดอก และผลเลยค่ะ #ต้นหอมหมื่นลี้ ต้นหอมหมื่นลี้หรือสารภีฝรั่งเป็นพืชในวงศ์มะลิ นิยมปลูกในบ้านเป็นไม้ประดับเสริมมงคล โดยนิยมปลูกกัน 2 สายพันธุ์ ได้แก่ดอกสีขาวนวล และดอกสีเหลืองทอง ดอกหอมหมื่นลี้จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ แต่ส่งกลิ่นหอมไกลไปทั่วบริเวณบ้าน ในรัศมี กว่าสิบเมตร ส่วนมากนิยมนำดอกหอมหมื่นลี้ใช้ผสมชา แยม และเป็นน้ำหอม เป็นต้น #ต้นแก้วเจ้าจอม แก้วเจ้าจอมเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 6-10 เมตร ดอกของแก้วเจ้าจอมมีกลิ่นหอมละมุนอ่อนๆ จางๆ มีกลิ่นคล้ายวานิลลา หอมหวานชื่นใจ แต่บางครั้งต้องไปดมใกล้ๆ ถึงจะได้กลิ่นนะคะ และต้องใช้เวลาปลูกประมาณ 4-5 ปี ถึงจะเริ่มผลิดอก ออกผล #พุดเศรษฐีสยาม ชื่อวิทยาศาสตร์ Tabernaemontana pachysiphon Stapf อีกหนึ่งไม้พุ่มสูงที่นิยมปลูกในสวนขนาดเล็ก อย่างสวนข้างบ้าน สวนหลังบ้าน กลีบดอกสีขาวน่ามอง ชอบแสงแดดเต็มวัน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ฤดูดอกบาน : ออกดอกตลอดปี - มณฑา ชื่อวิทยาศาสตร์ Magnolia Liliifera (L.) Baill. Var. liliifera ไม้พุ่มสูงที่นิยมปลูกในสวนอีกชนิดคงหนีไม่พ้น มณฑา สามารถปลูกในตำแหน่งที่แสงส่องถึงน้อยหรือแสงแดดรำไรได้ ให้น้ำปานกลาง ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนตลอดวัน หอมแรงช่วงค่ำจนถึงเช้า เหมาะที่จะปลูกในตำแหน่งใกล้กับห้องนอน ฤดูดอกบาน : สิงหาคม-ตุลาคม #ลำดวนแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Melodorum fruticosum Lour. เป็นอีกไม้ยืนต้นที่มีเสน่ห์ตรงดอกสีแดงนวล เหมาะจะปลูกในตำแหน่งที่มีแสงแดดเต็มวัน ดินร่วน น้ำปานกลาง ลำดวนแดงส่งกลิ่นหอมอ่อนในช่วงกลางวัน แต่ตกค่ำจะส่งกลิ่นหอมแรงชวนหลงใหล #แย้มปีนัง ชื่อวิทยาศาสตร์ Strophanthus gratus Franch. ไม้พุ่มสูงในระดับ 2-3 เมตร หากจัดสวนในพื้นที่แคบเหมาะที่จะปลูกเป็นไม้ประธานในตำแหน่งที่มีแสงแดดตลอดวัน ออกดอกสีชมพูอ่อนดูสวยงามมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ให้น้ำปานกลาง ฤดูดอกบาน : มกราคม-มีนาคม #กันเกรา ชื่อวิทยาศาสตร์: Fagraea fragrans Roxb. เป็นไม้ยืนต้นที่ออกดอกส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ออกดอกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอดแต่ละช่อมีดอกมากถึง 25 ดอกด้วยกัน เป็นไม้มงคล นิยมปลูกทางทิศตะวันออก เชื่อว่าช่วยปกป้องคุ้มภัย ดอกส่งกลิ่นหอมตลอดทั้งวัน ฤดูดอกบาน : เมษายน – มิถุนายน #มหาพรหมราชินี ชื่อวิทยาศาสตร์ Mitrephora sirikitiae Weerasooriya, Chalermglin & R.M.K.Saunders เป็นไม้ยืนต้นอีกหนึ่งชนิดที่มีดอกชวนพิศมัย สูงได้ถึง 3-5 เมตร ชอบแสงเต็มวัน ส่งกลิ่นหอมอ่อนในช่วงกลางวันและหอมแรงในช่วงค่ำ จะปลูกเป็นร่มเงาในสวนก็ได้ ฤดูดอกบาน : เมษายน-พฤษภาคม #กระดังงาไทย ชื่อวิทยาศาสตร์ Cananga odorata (Lam.) Hook.f.& Thomson var.odorata เรียกได้ว่าเป็นไม้หอมคู่สวนไทย สำหรับกระดังงา ซึ่งมีทั้งกระดังงาไทย กระดังงาจีน แต่กระดังงาไทยมีกลิ่นหอมปานกลาง สามารถปลูกให้ร่มเงาในตำแหน่งที่มีแสงแดดเต็มวัน ต้องการน้ำปานกลาง ฤดูดอกบาน : ออกดอกตลอดปี #กลาย ชื่อวิทยาศาสตร์ Mitrephora keithii Ridl. อีกหนึ่งไม้ดอกหอมที่ออกดอกทั้งปี รูปดอกไม่เหมือนกับดอกไม้ทั่วไปจึงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ต้นกลายน่าปลูกในสวน เป็นไม้พุ่มสูงชอบแสงแดดรำไรถึงเต็มวัน ปลูกได้ดีในดินร่วน ต้องการน้ำปานกลาง หอมแรงและหอมมากในช่วงค่ำ ฤดูดอกบาน : ออกดอกตลอดปี #กรรณิการ์ ชื่อวิทยาศาสตร์: Nyctanthes arbor-tristis L. เสน่ห์ของดอกกรรณิการ์ คือเริ่มบานตอนเย็นแล้วร่วงในตอนเช้า เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ไม่ผัดใบ ส่งกลิ่นหอมในช่วงกลางคืน ปลูกในตำแหน่งที่มีแดดเต็มวัน ให้น้ำปานกลาง ฤดูดอกบาน : สิงหาคม – พฤศจิกายน #แก้วแคระ ชื่อวิทยาศาสตร์ Murraya paniculata (L.) Jack ‘Dwarf’ เป็นไม้พุ่มเตี้ยที่นิยมปลูกในสวน ทำเป็นแนวรั้วยาวๆ มีกลิ่นหอมแรงตลอดวัน และหอมมากช่วงกลางคืน ต้องการน้ำปานกลาง ฤดูดอกบาน : ออกดอกตลอดปี #นางแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Mitrephora maingayi Hook.f. & Thomson เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่สูงได้ถึง 20 เมตร ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เหมาะที่จะปลูกให้ร่มเงาในสวนปลูกในตำแหน่งที่มีแสงแดดเต็มวันได้ ฤดูดอกบาน : กุมภาพันธ์-มีนาคม #กระทิง ชื่อวิทยาศาสตร์ Calophyllum inophyllum L. เป็นไม้ยืนต้นที่มีดอกสีขาวขนาดเล็กดูน่ารัก มีกลิ่นหอมปานกลาง เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นหอมแรงๆ ต้นกระทิงต้องการน้ำมากควรหมั่นรดน้ำสม่ำเสมอ ฤดูดอกบาน : ตุลาคม-ธันวาคม หวังว่าหลายๆคนจะชอบในสิ่งที่เราแชร์นะครับ
เสน่ห์อีกอย่างของพรรณไม้ไม่เพียงแต่ให้สีสันและรูปทรงงดงามเท่านั้น แต่ยังมีกลิ่นหอมชวนหลงใหล  content media
0
0
46
John Paul
16 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
แก้วแคระพวงมณี ดอกสีขาวกลิ่นหอมมาก เป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกใว้หน้าบ้าน วิธึเลี้ยงแก้วแคระให้ออกดอกเยอะ คือแก้วแคระชอบที่โล่งและโดนแดดได้ทั้งวัน เป็นต้นไม้ที่ทนแล้งได้อย่างดี ไม่ต้องรดน้ำมาก เป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ออกดอกเป็นพวง มีกลิ่นหอมมากๆ แก้วแคระจะทยอยบานและร่วง สลับกันไปเรื่อยๆ และก็จะออกดอกเรื่อยๆ เทคนิคในการบำรุงให้แก้วแคระออกดอก คือใส่ขี้ไก่แกลบผสมผงชูรสครึ่งช้อนโต๊ะใส่เป็นปุ๋ยบำรุง หลังจากติดตาดอกให้รดน้ำทุกวัน
แก้วแคระพวงมณี  ไม้มงคลที่นิยมปลูกใว้หน้าบ้าน content media
0
0
1
John Paul
16 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
ต้นจันทน์กระจ่างฟ้ามีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า “Pentalinon luteum (L.) B.F.Hansen & Wunderlin” ชื่อเรียกภาษาอังกฤษทางการค้าหรือชื่อสามัญคือ Hammock ; Yellow dipladenia ; Wild allamanda ต้นจันทน์กระจ่างฟ้าจัดอยู่วงศ์ Apocynaceae จันทร์กระจ่างฟ้า” ไม้เถาเลื้อยที่มาไกลจากรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา หมู่เกาะเวสต์อินดีส ทะเลคาริบเบียน แม้จะเลื้อยพันอ่อนช้อย แต่มีอายุได้หลายปีแล้วกลายเป็นเถาเลื้อยที่เนื้อแข็ง กิ่งอ่อนสีเขียวเรื่อ ใบเดี่ยวรูปไข่ หรือรูปรี ขอบใบขนาน ปลายใบป้าน มีติ่งแหลม โคนใบมน แผ่นใบสีเขียวสดเป็นมัน กิ่งอ่อนสีเขียวเรื่อแดง ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง หรือแบบช่อแยกแขนง ดอกสีเหลืองเป็นกระจุก บานกว้าง 4-5 เซนติเมตร กลีบดอกเชื่อมเป็นหลอดรูปกรวย แยก 5 แฉก สีเหลืองสด โคนกลีบ ปลูกได้ทั้งในกระถาง โดยการปักชำกิ่ง ตอนกิ่ง จะออกดอกได้ภายใน 2-3 เดือน หากลงดินก็เลื้อยขึ้นเป็นซุ้มบังแดด หรือตัดแต่งให้เป็นทรงพุ่มก็ได้ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี เลื้อยได้ไกล 2-3 เมตร หรือจะปลูกในกระถางแขวนก็งาม ชนิดดอกสีชมพูก็มีนะคะ และ #มีตำราบอกว่าปลูกบ้านใดจะได้วาสนาสูงส่งผู้อาศัยร่มเย็นดุจอยู่ใต้แสงจันทร์ปลูกทิศบูรพา #สตรีปลูกจะส่งผลดียิ่ง
ต้นจันทน์กระจ่างฟ้า บ้านใดจะได้วาสนาสูงส่งผู้อาศัยร่มเย็นดุจอยู่ใต้แสงจันทร์ content media
0
0
9
John Paul
15 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
เมเปิ้ลหอม เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดเฉพาะในประเทศไต้หวันเพียงแห่งเดียวเท่านั้น มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ LIQUIDAMBAR FOR-MOSANA อยู่ในวงศ์ HEMAMELIDACEAE เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร ลำต้นอวบอ้วน โคนต้นใหญ่แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มทรงกลมกว้างและหนาแน่น เปลือกต้นหนา ผิวเปลือกเป็นสีน้ำตาลดำ มีร่องตามยาว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ก้านใบยาว ใบเป็นรูปนิ้วมือ ขอบใบเว้าลึกเป็น 3-5 แฉก โคนใบตัด สีเขียวอ่อน หรือสีเหลือง และ ก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ใบจะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือสีส้มหมดทั้งต้น ทำให้ดูสวยงามมาก ที่สำคัญ เมื่อใช้มีดกรีดลำต้น หรือเด็ดก้านใบ จะมีน้ำยางสีขาวไหลออกมาคล้ายอำพัน ใช้จมูกดมดูจะได้กลิ่นหอมเย็นๆ แบบเฉพาะตัว มีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายจิตใจดียิ่งนัก ประเทศไทยจึงนิยมเรียกชื่อว่าต้น “เมเปิ้ลหอม” ดังกล่าว เนื้อไม้เป็นสีแดงอมเหลือง เมื่อตัดขวางลำต้นจะมองเห็นลายชัดเจน เนื้อไม้มีน้ำหนักดีและแข็ง จึงนิยมใช้ทำตู้เสื้อผ้า เครื่องใช้ต่างๆ ทำไม้แกะสลักมีลวดลายน่าชมยิ่ง ลำต้นใช้เพาะเห็ดหอม ต้นแห้งเป็นยารักษาโรคผิวหนัง ประเทศไต้หวันเรียกว่า ต้นฟงซื่อ และเชียงฮง
เมเปิ้ลหอม สรรพคุณช่วยผ่อนคลายจิตใจ content media
0
0
25
John Paul
14 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
มหาพรมเทวี มีชื่อวิทยาศาสตร์และมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับมหาพรหมราชินีเกือบทุกอย่างคือ เป็นไม้ยืนต้น สูง 5-15 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือเบี้ยว ใบเรียบไม่มีขนตามที่ระบุข้างต้น ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆตามซอกใบ หูใบมีขนาดเล็ก กลีบเลี้ยงสีเขียวแยกเป็น 5 แฉก รูปไข่ปลายแหลม กลีบดอกมี 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ กลีบเป็นสีขาวหรือสีเหลืองนวล เป็นรูปไข่และมีขนาดใหญ่กว่าดอกมหาพรหมราชินีอย่างชัดเจน กลีบชั้นในปลายกลีบจะจดติดกันเป็นรูปโดมแหลม สีแดงหรือสีม่วงอ่อนอมชมพู ดอกมีกลิ่นหอมแรงกว่ากลิ่นของดอกมหาพรหมราชินีอีกด้วย จึงทำให้เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้นดูงดงามและส่งกลิ่นหอม เป็นที่ประทับใจมาก “ผล” เป็นผลกลุ่ม มีผลย่อย 7-10 ผล มีเมล็ดจำนวนมาก ดอกออกทั้งปี แต่ดอกของมหาพรหมราชินีจะมีดอกปีละครั้ง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง
มหาพรมเทวี 1ในตระกูลมหาพรมที่ออกดอกดกและมีกลิ่นหอมแรง content media
0
0
15
John Paul
14 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
พรหม วว. ๓ (Mitrephora alba x keithii) เป็นลูกผสมของพืชสกุลมหาพรหม ที่เกิดจากการผสมข้ามชนิด ระหว่าง พรหมขาว (Mitrephora alba L.) (แม่พันธุ์) และกลาย (Mitrephora keithii Ridl.) (พ่อพันธุ์) เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ความสูงของลำต้น 1.5 – 2 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ ดอกเดี่ยว ดอกบานเต็มที่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอก 4 – 6 เซนติเมตร กลีบดอกชั้นนอก (outer petals) สีขาว เมื่อใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง จำนวน 3 กลีบ ความกว้าง 2.2 – 2.5 เซนติเมตร ความยาว 2.5 – 3.5 เซนติเมตร กลีบดอกชั้นใน (inner petals) สีชมพูอ่อน จำนวน 3 กลีบ ดอกมีกลิ่นหอม ลักษณะเด่น ดอกมีขนาดใหญ่กว่าพรหมขาว (แม่พันธุ์) และกลาย (พ่อพันธุ์) ออกดอกดก สามารถออกได้ดีตลอดทั้งปี ดอกมีกลิ่นหอมคล้ายพรหมขาว (แม่พันธุ์) สามารถปลูกเลี้ยงเป็นไม้กระถางได้ ข้อมูลเพิ่มเติม กลาย ชื่อวิทยาศาสตร์ Mitrephora keithii Ridl. จัดอยู่ในวงศ์กระดังงา (ANNONACEAE) ต้นกลาย มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า มหาพรม (ประจวบคีรีขันธ์), กล้วยค่าง, ลำดวนเหลือง เป็นต้น ลักษณะของต้นกลาย ต้นกลาย เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย (คาบสมุทรอินโดจีน) มีเขตการกระจายพันธุ์ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ (ต่างประเทศพบได้ที่ประเทศพม่า) จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กหรือเป็นไม้พุ่มโปร่งขนาดเล็ก ที่มีความสูงของต้นประมาณ 2-4 เมตรและสูงได้ประมาณ 5 เมตร ต้นแตกกิ่งแขนงเป็นพุ่มโปร่ง เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลอมสีดำ แตกเป็นร่องเล็ก ๆ ตามแนวยาว ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการตอนและการเพาะเมล็ด โดยเป็นพันธุ์ไม้หอมขนาดเล็กที่เจริญเติบโตช้า สามารถเจริญเติบโตได้ในพื้นที่ที่มีแสงแดดปานกลางและแสงแดดจัด แต่ส่วนใหญ่จะเจริญเติบโตในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงและแสงแดดไม่มากนัก และมักจะขึ้นในป่าดิบแล้งที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 30-700 เมตร ใบกลาย ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับในระนาบเดียวกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน โคนใบแหลมหรือมน ปลายใบแหลมหรือแหลมยาว ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3.5-4.5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร แผ่นใบเป็นมันวาวทั้งสองด้าน หลังใบและท้องใบเรียบ และมีเส้นแขนงใบข้างละประมาณ 7-9 เส้น มีก้านใบยาวประมาณ 4-5 มิลลิเมตร ดอกกลาย ออกดอกเป็นดอกเดี่ยว โดยออกตรงข้ามกับใบที่ปลายกิ่ง ดอกเป็นสีเหลืองนวลหรือเข้ม มีกลิ่นหอม เมื่อดอกบานจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร ก้านดอกยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ดอกมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ ยาวประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ส่วนกลีบดอกมี 6 กลีบ วางเป็นชั้น 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ กลีบดอกชั้นนอกหนา มีลักษณะเป็นรูปไข่ ยาวประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร ปลายกลีบแหลม ส่วนกลีบดอกชั้นในมีลักษณะเป็นรูปไข่กลีบ โคนเรียวเป็นก้านกลีบ สั้นกว่ากลีบวงนอกเล็กน้อย ปลายเรียงจรดกันคล้ายกับกระเช้า ส่วนขอบและเส้นกลางกลีบเป็นสันนูนและมีลายเส้นสีม่วงแดงบนกลีบ ดอกมีเกสรเพศผู้จำนวนมาก ที่ปลายมีรยางค์สั้น ๆ โดยจะออกดอกในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม ผลกลาย ออกผลเป็นกลุ่ม มีผลย่อยประมาณ 4-7 ผล ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกระบอก จะคอดตื้น ๆ ตามแนวเมล็ด ปลายผลเป็นจุก ผลอ่อนเป็นสีเขียวอ่อนออกขาวหรือนวล เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มหรือแดงอมส้ม โดยจะออกผลในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม
กลายพรม 1 ในไม้ ตระกูล มหาพรม ไม้วงศ์ผู้ดี ที่ราคาไม่เคยตก content media
0
0
1
John Paul
14 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
มหาหงส์ดอกส้ม ชื่อสามัญ Butterfly lily ,Garland flower ,Ginger lily วงศ์ ZINGIBERACEAE ชื่ออื่น กระทายเหิน มหาหงส์ หางหงส์ ตาห่าน เหินแก้ว เหินคำ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้หัวล้มลุก มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ชูกาบใบพ้นดินเป็นเหมือนลำต้น เรียกว่าลำต้นเทียม สูง 1-2 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกสลับตรงข้ามกันเป็นระเบียบในแนวเดียวกัน เส้นใบขนานกัน ใบมีขนาด 4-9 x 25-60 ซม. สีเขียวสด ดอก ออกที่ปลายยอด เป็นช่อๆ ละ 3-6 ดอก แต่ละดอกมี 3 กลีบ ด้านบน 1 กลีบ เป็นกลีบใหญ่ ปลายกลีบเว้าลงเป็นรูปตัววี ด้านล่างเป็นกลีบเล็ก 2 กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลางดอกประมาณ 10 ซม. มีเกสรตัวผู้ที่สมบูรณ์ 1 อัน อีก 3 อันไม่สมบูรณ์ กลีบดอกสีขาว หรือขาวแกมเหลือง ดอกจะทยอยบานจากด้านล่างขึ้นด้านบน ผล รูปทรงกระบอก สีส้มแดง เมล็ด สีน้ำตาลแดง ส่วนที่ใช้ : หัว เหง้าสด น้ำมันหอมระเหย สรรพคุณ - ใช้หัว ตากแห้ง บดละเอียด ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนรับประทาน เป็นยาแก้กษัย บำรุงกำลัง บำรุงไต -เหง้าสดจำนวนพอควร นำมาทุบๆ แล้วสกัดให้ได้น้ำมันหอมระเหยออกมา เรียกน้ำมันมหาหงส์ ใช้ฆ่าแมลงได้
มหาหงส์ดอกส้ม  content media
0
0
2
John Paul
14 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
พวงแก้วมณี หรือ พวงวิวาห์ 1ในราชินีไม้เลื้อยดอกหอมที่เลื้อยไม่รก ไม่นุงนัง หายากน่าปลูกและน่าสะสมมากที่สุด ย้ำเลยว่าที่สุด ปลูกไว้ไม่ผิดหวังเพราะคุณจะตกหลุมรักนาง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clematis terniflora DC. ชื่อสามัญ : Sweet Autumn Clematis ชื่ออื่น ๆ : พวงแก้วมณี พวงกุดั่น พวงมณี หรือ มณีน้อย วงศ์ : RANUNCULACEAE ถิ่นกำเนิด : นิวซีแลนด์ เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง เลื้อยได้ไกล 8-9 เมตร ชอบเลื้อยพันไม้อื่น เปลือกหนาเขียว ก้านใบสั้น ออกตรงกันข้าม ทรงรี สีเขียว โคนใบมน ปลายแหลม แต่ละข้างมีใบย่อย 3-5 ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวแต่รวมกันเป็นช่อตามซอกใบ สีขาว มีดอกย่อย 4-8 ดอก กว้าง 0.5 ซม. ยาว 1.5-2 ซม. แต่ละดอกมี 4 กลีบ ชั้นเดียว ลักษณะกลีบยาวรี ปลายมนกลม ตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู้สีขาวจำนวนมาก ดอกบานไม่พร้อมกัน ในยามเช้าจะส่งกลิ่นหอมเย็น แต่เมื่อแดดออกกลิ่นจะจางลงเรื่อย ๆ กลิ่นหอมนาน ออกดอกดกตลอดปี ใบ เป็นใบประกอบ ก้านใบยาว มีใบย่อย 3-5 ใบ ขนาดเล็ก รูปไข่ ปลายแหลม ขอบใบกระดกขึ้น พื้นใบหนา ผล ทรงกลมรี ออกเป็นกลุ่ม ตามผลมีขนยาวฟูและเป็นพู่ที่ปลาย เมื่อแก่จะแห้งแตก ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง ชอบดินร่วนระบายน้ำได้ดี ความชื้นสูง แสงแดดจัดส่องเต็มวัน
พวงแก้วมณี หรือ  พวงวิวาห์ 1ในราชินีไม้เลื้อยดอกหอมที่เลื้อยไม่รก ไม่นุงนัง หายากน่าปลูกและน่าสะสมมากที่สุด content media
0
0
1
John Paul
14 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
สร้อยสายเพชร บางที่เรียก ระย้าแก้ว พวงระย้า ตุ้มหูพระอินทร์ เป็นไม้ชอบแดด เป็นไม้ยืนต้น ไม่โตมาก สูง 2-3 ม.ตัดแต่งทรงพุ่มได้ตามต้องการ ถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอินเดียและประเทศเนปาล ก่อนที่จะแพร่ขยายพันธ์ออกมาสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และไทย สร้อยสายเพชร เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ต้น เกลี้ยง ใบ รูปไข่กลับ รูปขอบ ขนาน โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ใบบาง เกลี้ยง ดอกช่อ ออกเป็นช่อตามยอด หรือที่ปลายกิ่ง การดูแลรักษา ต้นระย้าแก้วชอบแดดรำไรหรือไม่มีแดดก็ได้ เพียงให้รับแสงกลางวันสักน้อยก็ได้ รดน้ำทุกวันช่วงปลูกใหม่ๆ ต่อไปเมื่อโตเต็มที่แล้วรด ๒-๓ วัน/ครั้งก็ได้ แดดจัดก็ปรับตัวได้ ถ้าปลูกจนใหญ่มากแล้ว ก็สู้แสงแดดเต็มๆ ได้ ข้อสำคัญคือ อย่าให้ขาดน้ำ เป็นไม้ที่ชอบน้ำมากๆ ถ้าขาดน้ำแล้วจะเหี่ยว ยิ่งช่วงติดดอก ดอกจะร่วงหมด
สร้อยสายเพชร content media
0
0
16
John Paul
14 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
ประยงค์ (Chinese Rice flower) จัดเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่นิยมปลูกตามบ้านเรือน และสถานที่สาธารณะต่างๆ เนื่องจาก ลำต้นค่อนข้างเตี้ย ลำแตกกิ่งมาก และใบดก ทำให้เป็นทรงพุ่มหนา นอกจากนั้น ดอกประยงค์ยังมีสีเหลืองสวยงาม และส่งกลิ่นหอมแรงเมื่อดอกบาน ประโยชน์ประยงค์ 1. ประยงค์มีใบดกเขียว มีดอกสีเหลืองออกเป็นช่อ และบานจะส่งกลิ่นหอมแรง จึงนิยมปลูกเพื่อเป็นไม้ดอกไม้ประดับ 2. ดอกประยงค์มีกลิ่นหอม นิยมใช้อบเสื้อผ้าหรือใช้ผสมในการหุงข้าว ซึ่งช่วยให้ผ้าหรือข้าวหุงมีกลิ่นหอมขึ้น 3. ดอกประยงนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยสำหรับเป็นส่วนผสมของน้ำหอม หรือ ใช้ทานวดบนฃรรเทาอาการปวดเมื่อย 4. ประยงค์มีลำต้นเตี้ย ใบดก ทรงพุ่มหนา จึงนิยมปลูกเพื่อเป็นไม้ให้ร่มเงา 5. ดอกบานสดหรือดอกแห้ง ใช้วางในห้องนอน ห้องน้ำสำหรับปรับกลิ่นให้หอม ช่วยดับกลิ่นเหม็นของกลิ่นต่างๆ 6. สารสกัดหรือน้ำต้มจากใบประยงค์ใช้รดแปลงผัก ช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืช ซึ่งมีสาร rocaglamide ที่สามารถออกฤทธิ์ป้องกันการกัดกินของแมลงได้ โดยเฉพาะหนอนกระทู้ชนิดต่างๆ 7. สารสกัดจากใบ และดอก ใช้ยับยั้งการงอกของเมล็ดพันธุ์พืชบางชนิดได้
ประยงค์แคระใบเล็ก content media
0
0
1
John Paul
14 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
#Jacaranda#mimosifolia หรือ #ศรีตรัง เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางในวงศ์แคหางค่าง มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ แต่เนื่องจากออกดอกเป็นช่อใหญ่และมีสีสวยงามจึงได้รับการนำไปปลูกเป็นไม้ประดับอย่างกว้างขวางทั่วโลก ช่อดอกของศรีตรังนั้นเกิดที่ปลายยอด ดอกสีม่วง เมื่อบานพร้อมกันจะกลายเป็นพุ่มสีม่วงงดงาม พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ได้นำศรีตรังชนิด J. obtusifolia มาปลูกที่เมืองตรังเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2444 ปัจจุบันศรีตรังชนิดนี้เป็นชนิดที่นิยมปลูกกันทั่วไปในประเทศไทย ทั้งยังได้รับการกำหนดให้เป็นพันธุ์ไม้มงคลพระราชทานและดอกไม้ประจำจังหวัดตรัง
ศรีตรัง ดอกไม้ประจำจังหวัดตรัง content media
0
0
1
John Paul
13 พ.ค. 2565
In สารบัญพันธุ์ไม้
#ช่อมาลี หรือ #กุมาริการ์ ในยุคสมัยก่อน นิยมปลูกต้น “ช่อมาลี” ในบริเวณบ้านเกือบทุกครัวเรือน เนื่องจากเวลามีดอกตามฤดูกาล ดอกจะดกเต็มต้นดูสวยงามและส่งกลิ่นหอมเป็นที่ชื่นใจยิ่งนัก โดยเฉพาะสตรีในยุคนั้น จะชอบหักเอากิ่งที่มีดอกของ “ช่อมาลี” ไปเสียบผมทำให้ส่งกลิ่นหอมเวลาเดินไปไหนต่อไหนผู้เข้าใกล้จะชื่นชอบสวยงามแบบไทยๆ น่ารักน่ามองมาก ปัจจุบัน “ช่อมาลี” ไม่ค่อยได้รับความนิยมปลูกเท่าที่ควร แต่ยังมีผู้ขยายพันธุ์ตอนกิ่งออกวางขายเป็นประจำ จึงแนะนำให้ปลูกอนุรักษ์ก่อนที่ “ช่อมาลี” จะสูญพันธุ์ไปในอนาคต ช่อมาลี หรือ PARAMERIA LAEVI-GATA (JUSS) MOLDENKE อยู่ในวงศ์ APOCYNACEAE เป็นไม้เถาเลื้อย สามารถเลื้อยได้ยาวกว่า 6-10 เมตร เนื้อไม้เหนียว เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกกิ่งก้านโปร่ง ใบประกอบแบบขนนก ปลายคู่ รูปใบหอก ใบย่อยออกเรียงสลับ สีเขียวสดและเป็นมันเล็กน้อย ดอก ออกเป็นช่อขนาดใหญ่ที่ซอกใบและปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก บางช่อชูตั้งขึ้น บางช่อห้อยลง ดอกเป็นสีขาว มีกลิ่นหอมเย็นเฉพาะตัว เวลามีดอกจะดกเต็มต้นและดอกบานพร้อมกันจะดูสวยงามพร้อมส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายทั่วบริเวณใกล้เคียงเป็นที่ชื่นใจยิ่ง ดอกออกปีละครั้งช่วงระหว่างเดือนตุลาคม ต่อเนื่องไปจนถึงเดือน กุมภาพันธ์ ปีถัดไป ดอกบานได้ทน 1-2 อาทิตย์ ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง มีชื่อเรียกอีกคือ เครือเขามวก, เครือซูด, ส้มเย็น และ สร้อยสุมาลี
ต้นช่อมาลี ต้นไม้สวยงาม รวมไปถึงยังมีดอกที่มีกลิ่นหอมตอนเวลาพลบค่ำ content media
0
0
34
 
John Paul
ผู้ช่วยงาน
ขั้นตอนดำเนินการอื่นๆ