วันนี้...ฉันได้กลับมาเป็นความรักที่แท้จริงแล้วหรือยัง
จิตวิญญาณทั้งหลายล้วนถือกำเนิดจากความรักอันบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นพลังแห่งการสร้างสรรค์
เป็นพลังแห่งการก่อเกิด และโอบอุ้มทุกสรรพสิ่ง
.
ท่ามกลางโลกแห่งอัตตาตัวตนอันหนาแน่น
โลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและการแสวงหาการยอมรับ
โลกที่ขับเคลื่อนด้วยมายาและเปลือกแห่งตัวตน
ซึ่งค่อย ๆ ห่อหุ้มเรา
จนมองไม่เห็นแก่นแท้แห่งจิตวิญญาณของตน
.
และเมื่อใดที่เราหลงลืมแก่นแท้แห่งจิตวิญญาณของตนไปอย่างสิ้นเชิง
เราจึงดำเนินชีวิตเวียนวนไปตามกงล้อแห่งสังสารวัฏ
ภายใต้กฎเดียวกัน คือ
“กฎแห่งความไม่รู้” หรือ “อวิชชา”
.
เราจึงเผลอดำเนินชีวิตในบทบาทของ “เหยื่อ”
คิดว่าคนนั้นทำร้ายฉัน
ฉันไม่ได้รับความยุติธรรม
ฉันกำลังถูกเบียดเบียน
เหตุใดสิ่งเหล่านี้จึงต้องเกิดขึ้นกับฉัน
.
ขณะที่บางคนกลับดำเนินชีวิตโดยปล่อยให้อัตตาครอบงำจิตใจ
จนมองไม่เห็นใครนอกจากตนเองใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลาง
และใช้ลาภ ยศ สรรเสริญ เป็นเปลือกห่อหุ้มหัวใจ
จนยิ่งห่างไกลจากตัวตนที่แท้จริงของตนเอง
.
และท่านที่รักเอ๋ย...สิ่งเหล่านี้เอง
ที่ค่อย ๆ นำพาเราให้ห่างไกลจากจิตวิญญาณของตนมากขึ้นทุกที
.
#ผมเชื่อว่าทุกท่านเข้าใจสิ่งที่เขียนมาทั้งหมดนี้เป็นอย่างดี
แต่เพียง “ความเข้าใจ” นั้น ยังไม่เพียงพอ
.
หากเรายังไม่ได้นำสิ่งที่เรียนรู้
มาสู่การปฏิบัติ เพื่อยกระดับจิตวิญญาณของตน
ตราบใดที่เรายังคงดำเนินชีวิตไปวัน ๆ
โดยไม่ตระหนักถึงหัวใจสำคัญแห่งการเรียนรู้
เราก็อาจไม่ต่างอะไรจากผู้ที่ออกเดินทาง
แสวงหาความรู้จากโลกภายนอกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
.
เรียนรู้มากขึ้น
รู้มากขึ้น
เข้าใจมากขึ้น
แต่กลับไม่เคยหันกลับมาเปิดประตูที่สำคัญที่สุดภายในตนเอง
.
จนไม่เคยรู้เลยว่า...
หัวใจของท่าน
คือบานประตูแห่งปัญญาอันยิ่งใหญ่
.
และบางที...การเติบโตทางจิตวิญญาณ
อาจไม่ใช่การพยายามทำให้ตัวเองกลายเป็นสิ่งที่สูงส่งกว่าเดิม
แต่คือการค่อย ๆ ถอดสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเราออก
.
ถอดความกลัว
ถอดความยึดติด
ถอดความต้องการการยอมรับ
ถอดบทบาทที่โลกมอบให้
และถอดอัตตาที่เราเคยเข้าใจผิดว่าเป็น “ตัวเรา”
.
จนวันหนึ่ง...เมื่อเปลือกเหล่านั้นค่อย ๆ หลุดออกไป
เราอาจไม่ได้ค้นพบตัวตนใหม่เลย
แต่เพียง “จดจำ” ได้อีกครั้งว่า
แท้จริงแล้วเราเป็นใคร
.
เพราะการเดินทางทางจิตวิญญาณ
อาจไม่ใช่การเดินทางเพื่อออกไปตามหาบางสิ่งที่ขาดหาย
แต่คือการเดินทางกลับเข้าไปภายใน
เพื่อกลับคืนสู่แก่นแท้แห่งความรัก...ที่ไม่เคยหายไปจากเราเลย
.
วันนี้...เราได้กลับมาทำงานภายในตัวเองแล้วหรือยัง
หรือเรายังคงดำเนินชีวิตตามกระแสของโลกใบนี้ไปวัน ๆ
.
เรายังมองตัวเองเป็นเหยื่อ...เฝ้ารอความช่วยเหลือจากภายนอก
จนหลงลืมศักยภาพที่แท้จริงของตนอยู่หรือเปล่า
.
เรายังวิ่งตามหาการยอมรับจากผู้คนภายนอก
จนหลงลืมคุณค่าและความงดงามภายในตนเองหรือเปล่า
.
เรายังโหยหาความรัก...อยากได้รับความรักจากผู้อื่นอย่างไม่รู้จบ
ทั้ง ๆ ที่แก่นแท้ของตัวเราเอง..คือพลังแห่งความรักอันบริสุทธิ์หรือเปล่า
.
เราเคยตระหนักถึงเป้าหมายของการเรียนรู้ที่แท้จริง
ของจิตวิญญาณตนเองแล้วหรือยัง
.
เรารู้จักแก่นแท้ของตนเองแล้วหรือยัง
เรารู้หรือยังว่าเรามาจากที่แห่งใด
เราลงมาเรียนรู้อะไรบนโลกใบนี้
และเมื่อการเรียนรู้ครั้งนี้สิ้นสุดลง...หนทางของจิตวิญญาณควรนำพาเรากลับไปสู่ที่แห่งใด
.
หรือเราจะปล่อยให้ตัวเอง
เวียนวนอยู่ภายในกับดักแห่งความไม่รู้
ผ่านการเรียนรู้ครั้งแล้วครั้งเล่า
ภพชาติแล้วภพชาติเล่า
อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
วันนี้...ผมอยากชวนทุกท่านกลับมาตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้อีกครั้ง
แม้จิตวิญญาณของเราทุกคน
กำลังเรียนรู้และเติบโตอย่างต่อเนื่อง
แต่สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ว่า
“เราเรียนรู้มาแล้วมากเพียงใด”
.
หากแต่อยู่ที่ว่า...เราจะนำทุกสิ่งที่ได้เรียนรู้
กลับมาใช้เพื่อคืนค่าตนเอง
สู่การเป็นจิตวิญญาณแห่งความรักได้อย่างไร
.
ท่ามกลางโลกที่พยายามนำพาเรา
ให้ห่างไกลจากความรัก
ห่างไกลจากความจริง
และห่างไกลจากแก่นแท้อันงดงามภายในตนเอง
.
จงอย่าปล่อยให้อัตตาตัวปลอมภายนอก
ทำให้เราหลงลืมจิตวิญญาณที่แท้จริงภายใน
.
เพราะท้ายที่สุดแล้ว...เป้าหมายอาจไม่ใช่การเรียนรู้ให้มากที่สุด
ไม่ใช่การรู้เรื่องจิตวิญญาณให้มากที่สุด
และไม่ใช่การพยายามเป็นผู้ตื่นรู้เหนือกว่าใคร
.
แต่อาจเป็นการเรียนรู้
จนวันหนึ่งเราสามารถกลับคืน
สู่สิ่งที่เราเคยเป็นมาตั้งแต่แรก คือ“ความรัก”
.
ความรักที่ไม่จำเป็นต้องร้องขอจากใคร
ความรักที่ไม่ต้องอาศัยการยอมรับจากโลกภายนอก
ความรักที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเรามีบางสิ่ง
หรือเพราะใครบางคนมอบบางอย่างให้แก่เรา
แต่คือความรัก...ที่เป็นแก่นแท้ของจิตวิญญาณของเรามาตั้งแต่แรก
.
ดังนั้น...ท่ามกลางทุกบทเรียน
ทุกความสัมพันธ์
ทุกความสำเร็จ
ทุกความผิดหวัง
และทุกการเติบโตที่กำลังเกิดขึ้นในชีวิตวันนี้
.
ลองกลับมาถามหัวใจของตนเองอีกครั้งว่า...
#








ฝากไว้ให้ทุกท่านที่รัก
ได้กลับไปพิจารณาภายในหัวใจของตนเอง
.
ด้วยรัก

