• John Paul

เรื่องเล่าของหญิงแย้ม










คืนนี้เอาความสวยงามของสี่สาวมาให้ยลโฉม

นางแย้มป่า นางแย้ม นางแย้มฮาวาย และนางแย้มจีน

เชื่อหรือไม่ ทุกๆนางล้วนมีสรรพพคุณทางยาอันน่าเหลือเฃื่อ มีกลิ่นหอมที่แตกต่างกันออกไป

แต่มีอยู่นางหนึ่งที่กลับไม่เป็นที่นิยมปลูก นั่นก็คือ "นางแย้มป่า"


เพราะความเชื่อของคนไทยตั้งแต่สมัยโบราณนั้นเชื่อว่าห้ามปลูกนางแย้มป่าไว้ในบริเวณบ้าน เพราะเป็นต้นไม้ที่มีภูตผีปีศาจสิงอยู่ เชื่อกันถึงขั้นว่า ต้นนางแย้มป่าแก่ๆ วันดีคืนดีจะกลายเป็นผี เอาก้อนอิฐขว้างหลังคาบ้าน หากนำมาปลูกไว้ภายในบ้านอาจทำให้คนในบ้านหวาดผวา เสียขวัญ หรือเจ็บไข้ได้ป่วยอีกด้วย


แต่พอข้ามไปที่ฝั่งชาวเบงกาลี ประเทศอินเดีย กลับชื่อว่า เป็นต้นไม้ที่นิยมปลูกกันไว้เพื่อขับไล่ภูตผีปีศาจ โดยเฉพาะปีศาจขันตากรรณที่เชื่อกันว่า เป็นหัวหน้าของโรคคัน หรือโรคหิด ชื่อขันตากรรณมีที่มาจากปีศาจตนนี้เป็นปฏิปักษ์กับพระวิษณุ

โดยปกติพวกนับถือพระวิษณุก็มักต้องร้องสรรเสริญด้วยการออกพระนามเสียงดัง ขันตากรรณรำคาญ ไม่อยากได้ยินเสียงนั้น จึงไปหาระฆังมาแขวนไว้ที่หู ต่อมาสาวกพระวิษณุก็พยายามตามกล่อมจนขันตากรรณเปลี่ยนใจไปภักดีพระวิษณุ ตามท้องเรื่องไม่ได้บอกว่าถอดระฆังที่แขวนหูออกหรือไม่ แต่เมื่อตายก็ได้ขึ้นสวรรค์

แต่ผลกรรมที่ต่อต้านพระวิษณุ แม้ได้ขึ้นสวรรค์ แต่ก็เป็นเทพชั้นรอง ได้รับการบูชาตอนรุ่งอรุณของวันสุดท้ายในเดือนผาลคุณ (ราวเดือนมีนาคม)

เทพขันตากรรณไม่มีรูปเคารพ ใช้หม้อดินทาขี้วัวเป็นสัญลักษณ์ คนที่ตั้งใจบูชามักเป็นหญิงสูงวัย เสร็จพิธีบูชา พวกเด็กๆก็จะรับภาระสนุกต่อกับการทุบหม้อทิ้ง

ตามเรื่องเล่า ชาวเบงกาลีเรียกต้นไม้นี้ว่านางแย้มป่าหาปลูกกันไว้เพื่อขับไล่ปีศาจขันตากรรณตอนที่ยังไม่ได้ขึ้นสวรรค์โดยเฉพาะ


มาถึงตรงนี้มันแปลกตรงที่ ชาวไทยเชื่อว่านางแย้มป้าเป็นต้นไม้ผีสิง ส่วนชาวอินเดียกับเชื่อว่าต้องหามาปลูกเพื่อเอาไว้ป้องกันภูติผีปิศาจกันเลยทีเดียว

และนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นางแย้มป่าไม่ถูกเลือกให้เป็นต้นไม้ที่ปลูกในทำเนียบอีกด้วย

ปล.ที่1 โปรดใช้วิจารณยานๆ ในการอ่าน ท่านที่มีอายุต่ำกว่า18ปีควรมีผู้ปกครองแนะนำ

ปล.ที่2 หลับฝันดี